EN
×

The Power of Collaboration

ICONLUXE Façade: Creative Innovation

การรวมพลังครั้งสำคัญของบริษัทจากสามสัญชาติ เพื่อผลงานอันยิ่งใหญ่อย่างการสร้างสรรค์กระจกฟาซาดแบบพับซ้อนที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “สไบ” ของไทย

กระจกฟาซาดนี้ พิเศษสุดทั้งในด้านความใส ความหนา ความสูง และเทคนิกการติดตั้ง เมื่อกระจกทั้งหมดเรียงต่อกันเรียบร้อย เราจะได้สไบกระจกริมน้ำเจ้าพระยาที่ปราศจากโครงสร้างเสาเหล็กใดๆ มารองรับ ทำให้มองออกไปเห็นพื้นที่ริมแม่น้ำได้เต็มตา   

กระจกฟาซาดแบบพับซ้อนที่ยาวที่สุดในโลกนี้ ใช้กระจกชนิดพิเศษที่นำเข้าจากเยอรมนีกว่า 600 บาน ซึ่งกระจกบานที่สูงที่สุด สูงถึง 16 เมตรกว้าง 2.4 เมตร เรียงซ้อนต่อกันบนโครงสร้างกระจกสูง 24 เมตร! 

แน่นอนว่าการผลิตกระจกขนาดมหึมานี้ ต้องใช้เตาอบขนาดมหึมาตามไปด้วย ซึ่ง Thomas Spitzer จากบริษัท Seele บอกว่าเตานี้ “ใหญ่พอจะสร้างสระว่ายน้ำไว้ในนั้นได้เลยทีเดียว!” และเมื่อผลิตเสร็จก็ต้องมีการต่อลังไม้ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อใส่กระจกแต่ละบานแยกจากกัน แล้วส่งขึ้นเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมายังไซต์ก่อสร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

บริษัท Urban Architects ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ทั้งการวางผังพื้นที่สาธารณะ ออกแบบตัวอาคาร และออกแบบตกแต่งภายใน ซึ่งมีทั้งสถาบันการศึกษา โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ฯลฯ ที่ทั้งหมดนี้ออกแบบภายใต้สโลแกนของบริษัท คือ “For the better world” 

สำหรับโครงการไอคอนสยาม ที่ถือเป็นโจทย์ที่ยากและท้าทายที่สุดงานหนึ่งนั้น บริษัท Urban Architects เริ่มออกแบบตัวอาคารทั้งหมดตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน โดยมีไฮไลต์อยู่ที่อาคาร ICONLUXE ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมไทยที่หลอมรวมชีวิตอย่างแยกไม่ออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา และตีความออกมาเป็น “กระทง” สัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณและเคารพต่อแม่น้ำ เหมือนเวลาที่เราบรรจงลอยกระทงลงไปในแม่น้ำ อันเป็นประเพณีที่เราปฏิบัติสืบต่อมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน 

จากนั้นจึงนำแนวคิดนี้มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และปรึกษากันอย่างเข้มข้นกับบริษัท Seele ผู้ผลิตกระจกให้กับบริษัทระดับโลกมาหลากหลายโครงการ  จนได้ผลงานออกมาเป็นอาคาร “กระทงแก้ว” ซึ่งถือเป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณความเป็นไทยกับนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุดอย่างหนึ่งของโลก

หลังจากที่บริษัท Urban Architect ออกแบบอาคารกระทงแก้วหลังนี้เสร็จแล้ว บริษัท Seele จากเยอรมนี มือวางอันดับหนึ่งด้านการผลิตกระจกฟาซาดก็เข้ามารับช่วงการผลิต โดยกระจกที่ใช้ในงานนี้เป็นชนิดใสพิเศษ (Low-Iron Glass)

Seele เริ่มรับงานที่ยากและซับซ้อนทั่วโลกมากว่า 34 ปีแล้ว แต่ไอคอนสยามคือหนึ่งในงานที่ท้าทายที่สุดของพวกเขา เพราะ “นี่คือครั้งแรกของการก่อสร้างฟาซาดที่เรายกกระจกทั้งแผ่นขึ้นและประกอบเข้ากับโครงสร้างในเหลี่ยมมุมที่ซับซ้อน” 

อีกหนึ่งบริษัทที่มีส่วนสำคัญมากๆ ในการทำกระจกฟาซาดครั้งนี้คือ Thai Obayashi ผู้ชำนาญการงานก่อสร้างทั่วประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี 

Thai Obayashi เป็นผู้ติดตั้งกระจกบานยักษ์ทั้งหมด ซึ่ง Project Manager ของงานนี้ยืนยันว่ายังไม่เคยมีที่ไหนในเมืองไทยทำกระจกฟาซาดที่ซับซ้อนโดยไร้โครงเหล็กแบบนี้มาก่อน ไอคอนสยามจึงเปรียบเสมือนแหล่งเรียนรู้ชั้นยอดในด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมขั้นสูง ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดความรู้ในอุตสาหกรรมแขนงนี้ต่อไปในอนาคต